ทุนเรียนต่อจีน 2026 เปิดรับสมัคร ประเมินโอกาสฟรี
ทุนเรียนต่อจีน 2026 เปิดรับสมัคร (สมัครได้แล้ววันนี้) + ประเมินโอกาสฟรีกับ TSAB
อยากเรียนต่อจีนแต่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย? ปี 2026 นี้มี ทุนเรียนต่อจีน หลายประเภทที่ช่วยลดภาระทั้ง ค่าเทอม ค่าหอพัก และบางทุนมี เงินสนับสนุนรายเดือน เหมาะทั้งคนที่อยากไป เรียนภาษาจีนที่จีน และคนที่วางแผนต่อ ปริญญาตรี–โท–เอก
บทความนี้สรุปให้ครบว่า ทุนเรียนต่อจีน 2026 มีกี่แบบ, ต้องเตรียมอะไรบ้าง, ไทม์ไลน์สมัคร และวิธีเพิ่มโอกาสให้ผ่าน พร้อมบริการ ประเมินสมัครทุนฟรี กับ TSAB
ทุนเรียนต่อจีน 2026 มีกี่แบบ เลือกแบบไหนเหมาะกับเรา
1) ทุนรัฐบาลจีน (CSC)
เหมาะกับคนที่ต้องการทุนค่อนข้างเต็มรูปแบบ และอยากได้ความมั่นคงระยะยาว โดยมักครอบคลุม ค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่าประกันสุขภาพ และบางประเภทมี เงินรายเดือน
จุดเด่น: ทุนครอบคลุมดี แต่แข่งขันสูง ควรเตรียมเอกสารและ Study Plan ให้แข็ง
2) ทุนมณฑล/ทุนเมือง
ให้สิทธิประโยชน์คล้ายทุนรัฐบาล แต่บางแห่งอาจครอบคลุม “บางส่วน” เช่น ลดค่าเทอม หรือ ส่วนลดค่าหอ
จุดเด่น: ตัวเลือกเยอะ โอกาสได้ทุนเพิ่มขึ้น หากเลือกเมือง/มหาวิทยาลัยให้เหมาะกับโปรไฟล์
3) ทุนมหาวิทยาลัย (University Scholarship)
มหาวิทยาลัยเปิดรับเอง โดยให้ส่วนลดค่าเทอมหรือทุนเต็มในบางหลักสูตร
จุดเด่น: ขั้นตอนมักง่ายกว่า บางมหาวิทยาลัยมีหลายรอบ เหมาะกับคนอยากเริ่มเร็ว
4) ทุนเรียนภาษาจีน/หลักสูตรระยะสั้น
เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มจาก คอร์สภาษา 1 เทอม–1 ปี เพื่อปูพื้นฐานก่อนต่อปริญญา
จุดเด่น: เหมาะกับคนที่ยังไม่มี HSK และอยากวางแผนไต่ระดับไปทุนปริญญา
คุณสมบัติพื้นฐานที่ทุนเรียนต่อจีนมักมองหา
- ผลการเรียน/เกรด (GPA) ตามเกณฑ์ทุนและมหาวิทยาลัย
- สุขภาพแข็งแรง (มีเอกสารตรวจสุขภาพตามแบบฟอร์ม)
- ความพร้อมด้านภาษา: บางโปรแกรมใช้ HSK, บางโปรแกรมสอนอังกฤษใช้ IELTS/TOEFL
- Study Plan / Personal Statement ที่ชัดเจน ตอบคำถามว่า “เรียนเพื่ออะไร และจะเอาไปต่อยอดอะไร”
เคล็ดลับ: ถ้ายังไม่มี HSK สามารถเริ่มจาก ทุนเรียนภาษาจีนที่จีน ก่อน แล้วค่อยวางแผนสมัครทุนปริญญาในรอบถัดไป
เอกสารสมัครทุนเรียนต่อจีน (เช็กลิสต์)
โดยทั่วไปมักใช้เอกสารดังนี้ (อาจแตกต่างตามทุน/มหาวิทยาลัย)
- พาสปอร์ต
- วุฒิการศึกษา + Transcript (แปลอังกฤษ/จีน)
- รูปถ่ายตามกำหนด
- Study Plan / Personal Statement
- Recommendation 1–2 ฉบับ (สำหรับปริญญา)
- ผลภาษา HSK หรือ IELTS/TOEFL (ถ้ามี)
- ใบตรวจสุขภาพ (Foreigner Physical Examination Form)
- Portfolio/ผลงาน (บางสาขา เช่น Art/Design)
ไทม์ไลน์สมัครทุนเรียนต่อจีน 2026 (เพื่อไม่พลาดรอบ)
- หลายทุนจะเปิดรับ ล่วงหน้า 3–8 เดือน ก่อนเปิดเทอม
- หลายมหาวิทยาลัยมี รอบย่อย/หลายรอบต่อปี (โดยเฉพาะหลักสูตรภาษา)
- ถ้าต้องแปลเอกสาร/รับรองเอกสาร/ทำพาสปอร์ตใหม่ ควรเผื่อเวลาเพิ่ม
เทคนิคเพิ่มโอกาส “สมัครทุนเรียนต่อจีนให้ผ่าน”
- ระบุเป้าหมายให้ชัด: เรียนเพื่ออะไร กลับมาใช้ต่อยอดงาน/อาชีพอย่างไร
- เลือกสาขาและมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับประวัติการเรียนและความสนใจ
- เขียน Study Plan แบบ “จริงและเป็นรูปธรรม” มีตัวอย่างผลงาน/โปรเจกต์/ประสบการณ์
- แสดงความตั้งใจด้านภาษา เช่น แผนสอบ HSK หรือแผนเรียนต่อเนื่อง
ทำไมเรียนต่อจีนถึงคุ้มในยุคนี้
- ค่าใช้จ่ายคุมได้ โดยเฉพาะเมื่อมี ทุนเรียนต่อจีน ช่วยลดภาระ
- โอกาสต่อยอดภาษาและทำงานกับตลาดจีน/บริษัทอินเตอร์
- เมืองการศึกษามีให้เลือกหลากหลาย ทั้งเมืองใหญ่และเมืองค่าครองชีพประหยัด
- หลักสูตรอินเตอร์ (ภาษาอังกฤษ) มีมากขึ้นในหลายมหาวิทยาลัย
เปิดรับสมัครทุนเรียนต่อจีน 2026 แล้ววันนี้ (เหมาะกับใคร)
- คนอยากเริ่ม เรียนภาษาจีนที่จีน เพื่อพัฒนาภาษาแบบก้าวกระโดด
- คนที่วางแผนต่อปริญญาและอยาก “ล็อกทุน/ล็อกที่เรียน” ให้ทันรอบ
- คนที่อยากได้แพ็กเกจค่าใช้จ่ายชัด และมีทีมช่วยเตรียมเอกสารครบ
ช่วงเปิดเทอมเรียนต่อจีน 2026 มีกี่รอบ (Fall Intake / Spring Intake)
โดยทั่วไป “ช่วงเปิดเทอม” ของมหาวิทยาลัยในจีนจะแบ่งเป็น 2 รอบหลัก ทำให้ผู้สมัครทุนสามารถวางแผนได้ชัดเจนว่าอยากเริ่มเรียนเมื่อไร และควรส่งใบสมัครตอนไหน
1) รอบเปิดเทอมใหญ่: กันยายน (Fall Intake)
- เป็นรอบที่พบบ่อยที่สุดสำหรับ หลักสูตรปริญญา (ตรี–โท–เอก) และหลายโปรแกรมทุนจะผูกกับรอบนี้
- มักเริ่มเรียนช่วง ต้นกันยายน (บางที่อาจเป็น ก.ย.–ต.ค. ตามปฏิทินของมหาวิทยาลัย)
เหมาะกับใคร
- คนที่อยากได้ตัวเลือกทุนเยอะที่สุด
- คนที่ต้องการเวลาจัดเอกสาร/เตรียมภาษาแบบเต็มรอบ
2) รอบเปิดเทอมต้นปี: กุมภาพันธ์–มีนาคม (Spring Intake)
- บางมหาวิทยาลัยมีรอบ Spring สำหรับบางสาขา/บางระดับ และเป็นที่นิยมในกลุ่ม เรียนภาษาจีนที่จีน หรือหลักสูตรระยะสั้น/บางหลักสูตรปริญญา
- ช่วงเริ่มเรียนมักอยู่ที่ กุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม แล้วแต่มหาวิทยาลัย
เหมาะกับใคร
- คนอยากเริ่มเร็ว ไม่อยากรอถึงกันยายน
- คนที่อยากเริ่มจาก “คอร์สภาษา 1 เทอม/1 ปี” แล้วค่อยต่อทุน/ต่อปริญญารอบใหญ่
รอบเปิดเทอมสำหรับ “เรียนภาษาจีนที่จีน
โปรแกรมภาษาจีนจำนวนมากเปิด 2 รอบต่อปีเช่นกัน คือ กันยายน และ มีนาคม/กุมภาพันธ์
ข้อดีคือคนที่ยังไม่มี HSK สามารถเริ่มเรียนภาษาเพื่อปูพื้น แล้ววางแผนสมัครทุนปริญญาในรอบถัดไปได้
ควรเริ่มสมัครเมื่อไรให้ทันเปิดเทอม (ไทม์ไลน์แนะนำ)
เพราะทุนและมหาวิทยาลัย “เปิดรับไม่พร้อมกัน” แต่โดยภาพรวมมักเปิดรับล่วงหน้าและมีเดดไลน์ชัดเจน:
- สำหรับ ทุนรัฐบาลจีน/CSC หลายแห่งเริ่มเปิดรับช่วง พ.ย. และเดดไลน์มักอยู่ช่วง ก.พ. ของปีถัดไป (ต่างประเทศ/มหาวิทยาลัยอาจกำหนดไม่เหมือนกัน)
- สำหรับการเข้าเรียน รอบกันยายน (Fall Intake) หลายมหาวิทยาลัยแนะนำให้ยื่นสมัครล่วงหน้าหลายเดือน และบางแห่งเดดไลน์อยู่ช่วงกลางปีถึงปลายก.ค.
- สำหรับการเข้าเรียน รอบก.พ.–มี.ค. (Spring Intake) หลายที่รับเอกสารช่วงปลายปี (ต.ค.–ม.ค.) เพื่อให้ทันเริ่มเรียนต้นปี
ทำไมต้องสมัครกับ TSAB (และเราประเมินสมัครทุนฟรี)
การสมัครทุนจีนไม่ใช่แค่กรอกฟอร์ม แต่คือการจัดโปรไฟล์ + เลือกทุน + จัดเอกสารให้ถูกต้องตามเกณฑ์ทุนจริง
TSAB – ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ ภายใต้ชื่อบริษัท Thai Study Abroad ช่วยให้คุณสมัครอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญคือ ประเมินโอกาสสมัครทุนฟรีก่อนตัดสินใจ
1) ประเมินทุน “ฟรี” ก่อนสมัครจริง
เราดูโปรไฟล์คุณแบบเป็นระบบ เช่น เกรด วุฒิ สาขาที่สนใจ ภาษา เมือง งบ และไทม์ไลน์ แล้วสรุปให้ชัดว่า
- เหมาะกับทุนแบบไหน
- โอกาสผ่านระดับไหน
- ควรสมัครกี่ตัวเลือกเพื่อเพิ่มโอกาส
2) ช่วยเลือกทุน + มหาวิทยาลัยให้เหมาะ (ไม่สุ่ม)
เราช่วยวางแผนแบบมีเหตุผล พร้อมแผนสำรอง Plan A / B / C ลดความเสี่ยงเสียรอบ
3) ช่วยทำเอกสารให้ผ่านมาตรฐานทุน
ตรวจความถูกต้อง + รูปแบบไฟล์ + จุดที่คนพลาดบ่อย เพื่อไม่ให้ตกเพราะรายละเอียด
4) ดูแลต่อถึงวีซ่าและเตรียมเดินทาง
ได้ทุนแล้วก็ยังมีขั้นตอนสำคัญ TSAB ดูแลครบตั้งแต่สมัครจนบินจริง
5) ลดเวลา ลดความเครียด ลดความผิดพลาด
สมัครเองได้ แต่พลาดง่ายเรื่องเอกสาร/ไทม์ไลน์/การเลือกทุน ทีมเราช่วยให้เดินเร็วและชัวร์กว่า
ประเมินสมัครทุนฟรีกับ TSAB ได้อะไรบ้าง
- ทุนที่เหมาะ 3–5 ตัวเลือก
- เช็กลิสต์เอกสาร + สิ่งที่ควรเสริม
- แผนภาษา (HSK/IELTS) สำหรับคนเริ่มจากศูนย์
- ไทม์ไลน์สมัครแบบไม่พลาดรอบ

